[DLGL] Death Rising - Valhalla -

posted on 30 Nov 2013 23:14 by kspd-quarter in ExCommu
  
  
  
  
 
 
 
 

Quest : Death Rising

 By. Valhalla Ragna Eden < Vampire >

 

 

             สายลมที่โชยพัดต้องผิวกายข้านั้นช่างว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ แต่สายลมเดียวกันนี้
คงเป็นสายลมที่พัดพาซึ่งความรู้สึกที่เรียกว่า “ ความเหน็บหนาว ” สู่มวลมนุษย์ทั้งหลายบนผืนดินแห่งนี้

             ท่วงทำนองที่เคล้าคลอเบาๆในมวลอากาศอันเงียบสงัดรอบกายข้านำพามาซึ่งความรู้สึกอันเคยคุ้น
จนอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงนางในดวงใจผู้ซึ่งสถิตอยู่ ณ สถานที่อันเป็นต้นกำเนิดเสียงอัน
น่าอภิรมย์นั้น

 

             ยามนี้นางจะทำสิ่งใดอยู่หนอ..

 

             คำถามที่ช่างไม่เข้ากับตัวข้าแม้สักนิด แต่ก็อดคิดไม่ได้ ยิ่งเมื่อข่าวคราวที่ได้รับรายงานมาเมื่อ
ไม่กี่ชั่วเวลายังคงวนเวียนอยู่ในห้วงคิด

             คิด.. จนอดเป็นห่วงไม่ได้

 

             นางผู้บอบบางถึงเพียงนั้น.. หากไม่มี “ รั้ว ” ที่คอยกันท่า-- อะแฮ่ม!! ข้าหมายถึงที่คอยปกป้องบุปผา
น้อยๆที่แสนบอบบางนั้นไว้

 

             หากมีสิ่งใดมาทำร้ายกล้ำกลาย ดอกไม้น้อยๆไร้พิษภัยนั้นจะหาเอาสิ่งใดมาต่อกรกัน

 

             ริมฝีปากของข้าแตะลงบนกลีบนวลของดอกไม้ป่าสีขาวพิสุทธิ์ --ดอกไม้ที่ข้าบรรจงเก็บมาจาก
สวนแสนรักในคฤหาสน์ บรรจงตัดแต่งกิ่งและหนาม หวังจะมอบให้แก่นางผู้เป็นที่รัก

 

             แต่ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่เปิดโอกาสให้ข้าได้ทำตัว “ โรแมนติก ” กับเขาบ้างเสียเลย

 

             ช่างน่าหงุดหงิดจริงๆ

 

             ก้อนเมฆสีทึมถูกสายลมพัดพาให้เคลื่อนลอยไปอย่างแช่มช้า เผยให้เห็นสิ่งที่บดบังไว้จนถึงเมื่อครู่

             ดวงจันทร์กลมโตแจ่มกระจ่างลอยเด่นอยู่บนน่านฟ้าสีกำมะหยี่

             แต่ดูแปลกตาไปเล็กน้อยตรงที่ว่า จันทร์เจ้าที่ควรเป็นสีเหลืองนวลตามปกติ กลับถูกฉาบทับไปด้วย
สีก่ำชาด --ราวกับถูกทาทับด้วยสีของโลหิต

 

             สายลมหอบใหญ่พัดซู่ พร้อมกับกลิ่นสาบสางที่อวลชัดขึ้นมาในทันใด

             รอบกาย.. หรือจะบรรยายให้ชัดคือรอบสถานพำนักของข้า ณ ยามนี้ (ข้าคิดว่าใช้คำนี้คงจะดูดีกว่า
ที่จะบอกตรงๆว่าคือรอบอาณาบริเวณต้นไม่แก่ๆที่ข้ากำลังนั่งห้อยขาเล่นอยู่) ปรากฏแสงวาวเรืองของนัยน์ตา
นับสิบคู่ (ตอนหลังทาสแห่งข้ามากระซิบบอกว่าข้าควรจะบรรยายว่าแปดคู่กับหนึ่งข้าง.. เผอิญข้าขี้เกียจนับ)
ที่ส่งประกายวาววับอย่างหมายมาด

             ..ในตัวข้า ?

 

             โอ โอ โอ โอ.. ข้าก็พอรู้ตัวว่าแวมไพร์หน้าตาดีมีมาดแบบข้าน่ะ เสน่ห์แรง

             ถึงจะไม่ตรงกับรสนิยมเสียเท่าไร แต่อยู่ๆอมนุษย์มีพันธะเช่นข้ามีหมาน้อยทั้งฝูงมาตกหลุมรัก
จ้องข้าตาเป็นมันกันแบบนี้ ข้าก็ลำบากใจเหมือนกันนะ

 

             เอาเถิด ข้าก็พอเป็นแวมไพร์นิสัยดีผู้มีน้ำใจอยู่บ้าง

             จะยอมอยู่เป็นเพื่อนเล่นให้กับหมาน้อย(ผู้มีสายตา)แสนร้อนแรงสักหน่อย.. จะได้ไม่โดนหาว่า
แล้งน้ำใจเกินไปนัก

 

             “ สวัสดีหมาน้อยผู้น่ารักทั้งหลาย.. มีอะไรให้ข้าวัลฮัลลาผู้นี้ช่วยหรือไม่ ? ”

 

             ดูเถิด เพียงข้าเสนอตัวช่วย ถึงกับร้อง “ กรร ” ตั้งท่าจะโถมเข้าใส่กันเลยทีเดียว

             ร้อนแรงจริงๆ

 

             “ อ๊ะๆ หมาน้อยสุกเซ็กซี่ตาเดียวตนนั้น ข้าว่าโรงละครที่เจ้ากำลังคิดจะไปไม่ใช่รสนิยมของเจ้าหรอก
นา.. มาเล่นกับข้าดีกว่าน่า--  ”

 

             ข้ารู้สึกได้ถึงร่างกายของข้าที่กำลังสั่นน้อยๆ ความรู้สึกบางอย่างกำลังคุกรุ่นในใจข้าอย่างที่ไม่อาจ
ห้ามได้ จนอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มกว้างออกมา

             ดูเหมือนว่าข้าจะห่างเหินจากมันมานานเกินไปแล้ว..

             บรรยากาศอันหอมหวานของกลิ่นคาวเลือด

 

             บรรยากาศแห่งการฆ่าฟัน 

 

             ไหนๆก็เป็นคำสั่งจากท่านจ้าวแวมไพร์(ที่ข้าจำชื่อไม่ได้)ทั้งที

             ข้าจะสนองให้เพื่อความสำราญของตนเองเสียหน่อย ก็คงไม่เสียหายอะไร.. จริงไหม ?

 

             เอาล่ะ มาเล่นสนุกยามวิกาลกันเถิด

             เหล่าหมาน้อยที่น่ารักทั้งหลาย--

 

             ………………….………………….

 

             ………………….

 

             ……….

 

             ….

 

             สีแดงชาดของโลหิตฉาบทับทั่วทั้งบริเวณ เคล้าด้วยกลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์

             วัลฮัลลา แรคน่า เอเดน –แวมไพร์สาวร่างเล็กยืนพิศกุหลาบงามในมืออยู่ท่ามกลางกองเศษซาก
ของสิ่งที่เรียกได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีชีวิต

 

             คิ้วเรียวบางขมวดมุ่น แสดงชัดถึงความขัดใจ

             กุหลาบขาวแสนสวยที่ตนชมชอบ บัดนี้กลับย้อมไปโลหิตเป็นสีแดงก่ำ..

 

             “ ใช้ไม่ได้แล้วสิแบบนี้.. เกิดข้าเอาไปให้แล้วทำให้หมาน้อยของข้าตกใจขวัญเสียขึ้นมาข้าคง
เสียแต้มความนิยมแย่ ”  ริมฝีปากบางเผยยิ้มน้อยๆราวกับนึกขำไปกับมุขเล็กๆของตน

 

             “ นายท่านวัลฮัลลา.. ” เสียงเรียกขานแผ่วเบาราวเสียงกระซิบดังขึ้นจากมุมมืดเบื้องหลังไม้ใหญ่ที่เคย
เป็นที่หย่อนใจของผู้ที่ถูกเรียกขานว่า นายท่าน ในยามนี้

 

             “ ทาสแห่งข้า.. ฟรอนเทียร์ รึ –ทางนั้น สถานการณ์เป็นอย่างไร ” ผู้ถูกเรียกขานว่า นายท่าน ขานตอบ
ทั้งสายตาที่ยังไม่ละไปจากบุปผาสีชาดในมือ

 

             นาง สามารถปฎิบัติตามคำสั่งที่นายท่านมอบหมายให้ได้เป็นอย่างดี.. สถานที่นั้น จะไม่ได้รับอันตราย
ใดๆแน่นอนค่ะ ” –ตอบคำเรียบนิ่งด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความนอบน้อม แวมไพร์สาวผู้เป็นนายพยักหน้ารับ
น้อยๆอย่างพึงใจ

 

             “ เช่นนั้นรึ.. บอกให้นางคุ้มกัน ที่นั่น ต่อไป-- เจ้าจะตามไปสมทบด้วยก็ได้นะ ทางนี้ข้าจัดการได้..
ไม่สิ ทางนี้น่ะสมควรเป็นข้าเท่านั้นที่ต้องจัดการเอง แต่อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ เหล่าทาสแห่งข้าเอ๋ย.. ”

 

             “ รับบัญชาค่ะ นายท่าน ”

             แม้ไม่ได้ปรายสายตามอง แต่รับรู้ได้ถึงร่างที่ค้อมกายลงอย่างนอบน้อม และผินตัวมุ่งหน้าไปยังสถานที่
ตามคำบัญชาอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ บ่งบอกถึงความสามารถของเจ้าของร่าง

 

             ข้ารับใช้ที่น่าภูมิใจ..

 

 

             “ เอาล่ะ แล้วตัวข้า.. จะเล่นสนุกอันใดกับค่ำคืนอันแสนรื่นเริงนี้ดีหนอ…. ”

 

 

             ค่ำคืนแห่งกลิ่นคาวโลหิตยังคงดำเนินต่อไป..

 

 

- END -

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

@knowideas ฮา น้อมรับคำติโดยดุษนีค่ะ >w< --อารามรีบปั่นเลยแอบตัดทอนรายละเอียดไปเยอะสมควร ถ้าไม่ลงไหไปก่อนจะพยายามเข็นภาคเสริมออกมาอธิบายเพิ่มเติมนะคะ คิดว่า.. *กระมิดกระเมี้ยน*

#2 By 「Un.Anonymous」 on 2013-12-01 00:14

ติได้มั้ยคะ? สั้นไปนะคะ ไม่จุใจเลยค่ะ 5555555
กรี๊ดวัลๆมากเลยค่ะ อยากรู้จริงๆว่า "ที่นั่น" ที่ว่าคือที่ไหน

#1 By Barbozari on 2013-12-01 00:06